ภูเก็ต, ประเทศไทย – Media OutReach Newswire – 13 ตุลาคม 2569 – ตลาดที่อยู่อาศัยในภูเก็ตกำลังเผชิญกับภาวะความแตกต่างที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัวสูงยังคงดึงดูดอุปสงค์ได้อย่างแข็งแกร่ง ในขณะที่กลุ่มอสังหาฯ ราคาย่อมเยาที่เน้นการลงทุนเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวจากภาวะอิ่มตัว และเกิดภาวะอุปทานล้นตลาดในบางพื้นที่ ทั้งนี้ ผลงานของ บันยัน กรุ๊ป เรสซิเดนซ์ (Banyan Group Residences) ซึ่งทำยอดขายกลุ่มลักชัวรีในภูเก็ตพุ่งสูงขึ้นถึง 900% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของโครงการคุณภาพสูงบนทำเลศักยภาพ ท่ามกลางสภาวะตลาดในส่วนอื่น ๆ จะท้าทายมากขึ้นก็ตาม
ช่องว่างในตลาดกำลังทวีความชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเห็นถึงความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดระหว่างอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว กับโครงการอสังหาฯ ที่ไม่มีจุดเด่น แต่เน้นผลิตจำนวนมากเพื่อการเก็งกำไรระยะสั้น โดยกลุ่มผู้ซื้อระดับพรีเมียมยังคงเดินหน้าลงทุนในอสังหาริมทรัพย์บนทำเลศักยภาพ ผ่านแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ และมีคุณค่าเชิงไลฟ์สไตล์ระยะยาว ในขณะที่อุปทานใหม่ของโครงการอสังหาฯ ทั่วไปจำนวนมากที่มุ่งเจาะกลุ่มการลงทุนระยะสั้นเป็นหลักนั้น มีปริมาณเพิ่มขึ้นรวดเร็วเกินกว่าความต้องการของตลาดในกลุ่มระดับล่าง ส่งผลให้การแข่งขันดุเดือดขึ้น และในบางกรณีก็ทำให้มีหลายยูนิตขายไม่ได้
สำหรับผลการดำเนินงานของ บันยัน กรุ๊ป เรสซิเดนซ์ ยอดขายของโครงการที่พักอาศัยริมหาดระดับลักชัวรีของ บันยัน ทรี บีช เรสซิเดนซ์ อย่าง Oceanus, Varuna, Aegir และ Nammu เติบโตพุ่งสูงขึ้นถึง 900% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งรวมถึงรายการซื้อขายคอนโดมิเนียมที่มีมูลค่าสูงที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ในจังหวัดภูเก็ตจนถึงปัจจุบัน
หาดบางเทาและพื้นที่โดยรอบของลากูน่า ภูเก็ต ได้ก้าวขึ้นสู่การเป็นทำเลที่อยู่อาศัยยอดนิยมและเป็นที่ต้องการมากที่สุดบนเกาะภูเก็ต โดยผสานเสน่ห์ของชายหาดฝั่งตะวันตกเข้ากับชุมชนนานาชาติที่แข็งแกร่ง ตลอดจนความหนาแน่นที่เพิ่มขึ้นของร้านอาหาร โรงเรียน สถาบันดูแลสุขภาพ และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านไลฟ์สไตล์ ซึ่งล้วนเป็นคุณลักษณะของตลาดระดับนานาชาติที่พัฒนาแล้วอย่างสมบูรณ์ มากกว่าจะเป็นเพียงตลาดที่เพิ่งเริ่มเติบโต
นอกจากนี้ ตลาดระดับลักชัวรียังได้รับแรงหนุนอย่างต่อเนื่องจากกลุ่มผู้ซื้อที่มีความมั่งคั่งสูงที่ต้องการกระจายความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ ค่าเงินอ่อน และความผันผวนของตลาด มาสู่การครอบครองสินทรัพย์ที่จับต้องได้และเป็นที่พึงพอใจของแต่ละคน โดยผู้ซื้อกลุ่มนี้จะเน้นซื้อบ้านเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของครอบครัวและเก็บรักษามูลค่าในระยะยาว แตกต่างจากการซื้อเพื่อเก็งกำไรจากผลตอบแทนการเช่าระยะสั้น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะสินค้าล้นตลาดในกลุ่มระดับล่าง
อีกปัจจัยหนุนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยยังคงดึงดูดกลุ่มผู้ซื้อจากทั่วโลก ทั้งยุโรป เอเชีย และตะวันออกกลาง คือเสถียรภาพทางการเมือง โครงสร้างเศรษฐกิจการท่องเที่ยวที่เข้มแข็ง และระยะห่างจากพื้นที่ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แม้ว่ากำลังซื้อดังกล่าวจะกระจายตัวอย่างไม่เท่าเทียมกันในแต่ละระดับราคาก็ตาม
เมื่อความต้องการในตลาดเพิ่มสูงขึ้น ผู้ซื้อจึงหันมาให้ความสำคัญมากขึ้นกับประวัติผลงานของผู้พัฒนาโครงการ คุณภาพงานก่อสร้าง การบริหารจัดการระดับมืออาชีพ และบริการที่น่าเชื่อถือ ภาพรวมตลาดในปัจจุบันไม่ได้ซบเซาเหมือนกันทั้งหมด แต่กำลังเกิดภาวะแยกตัวเป็นสองส่วนอย่างชัดเจน โดยโครงการลักชัวรีที่มีคุณภาพและทำเลโดดเด่นยังคงทำยอดขายได้อย่างแข็งแกร่ง ส่วนโครงการระดับล่างที่เผชิญภาวะสินค้าล้นตลาดจะต้องใช้เวลาในการปรับตัวอีกสักระยะ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้จะเป็นแรงผลักดันให้อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยยกระดับมาตรฐาน สร้างความโปร่งใส และมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ บันยัน กรุ๊ป เรสซิเดนซ์ ยังคงยึดมั่นในการพัฒนาโครงการบนทำเลศักยภาพสูงสุด พร้อมชูนวัตกรรมการออกแบบคุณภาพสูงที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ตลอดจนมุ่งสร้างชุมชนที่อยู่อาศัยคุณภาพเพื่อส่งมอบมูลค่าและความสุขที่ยั่งยืนให้แก่ผู้เป็นเจ้าของในระยะยาว
Hashtag: #BanyanGroupResidences
https://www.banyangroupresidences.com/
The issuer is solely responsible for the content of this announcement.


แสดงความคิดเห็น