ไทเป 16 มกราคม 2569 /PRNewswire/ -- GIGABYTE ได้นำเสนอโซลูชัน AI ระดับ Local ที่ชัดเจน และจับต้องได้ภายในงาน CES 2026 ในขณะที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังก้าวผ่านจากขั้นการทดลองไปสู่การใช้งานจริงในโลกธุรกิจ โดยชุดผลิตภัณฑ์ GIGABYTE AI TOP มีความโดดเด่นด้วยแนวทางการใช้งาน AI ที่ออกแบบมาเพื่อประมวลผลภายในอุปกรณ์ พร้อมรองรับเวิร์กโฟลว์ในโลกความเป็นจริง และได้รับความไว้วางใจในการจัดการข้อมูลที่ละเอียดอ่อน ซึ่งในงาน CES ครั้งนี้ GIGABYTE ได้สาธิตให้เห็นว่า AI สามารถย้ายจากระบบคลาวด์มาสู่ระบบ Edge ในระดับท้องถิ่น (Local) ที่เป็นจุดที่การทำงานเกิดขึ้นจริงได้อย่างปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุดได้อย่างไร

GIGABYTE เผยโฉม AI TOP Utility สำหรับการใช้งานระดับ Local AI ที่ตอบโจทย์การทำงานจริงในงาน CES 2026
GIGABYTE ได้จัดแสดง 3 ระบบจากตระกูล AI TOP ในงาน CES ได้แก่ AI TOP ATOM, AI TOP 100 และ AI TOP 500 เพื่อนำเสนอเส้นทางการนำ AI มาใช้งานในระดับองค์กรที่สามารถปรับขยายได้ โดยทั้งสามระบบรองรับการใช้งาน AI TOP Utility ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์กรรมสิทธิ์เฉพาะของ GIGABYTE สำหรับการสร้าง และบริหารจัดการเวิร์กโฟลว์ AI โดยใช้ข้อมูลที่จัดเก็บไว้ภายในเครื่อง
ไฮไลต์สำคัญของการสาธิตในงาน CES คือการทำงานของ Retrieval Augmented Generation (RAG) บนระบบ AI TOP ATOM เพราะในขณะที่การตั้งค่าทั่วไปมักให้ความสำคัญกับความเร็วในการสร้างโทเค็น แต่ AI TOP ATOM มาพร้อมกับหน่วยความจำแบบ Unified Memory ขนาด 128GB ที่เหมาะสมสำหรับงาน RAG ที่ต้องใช้บริบทข้อมูลขนาดมหาศาล ความได้เปรียบด้านฮาร์ดแวร์นี้ที่ผนวกเข้ากับการจัดการของ AI TOP Utility จะช่วยให้สามารถประมวลผลชุดข้อมูลขนาดใหญ่ที่อาจทำให้ระบบ Multi-GPU แบบดั้งเดิมต้องทำงานหนักเกินขีดจำกัดได้ ซึ่งถือเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า AI ระดับองค์กรสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพบนระบบ Local ขนาดกะทัดรัดได้จริง
การใช้ซอฟต์แวร์ AI TOP Utility จะช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถเปลี่ยนเอกสารวิจัย และพัฒนาที่เป็นความลับนับพันหน้าให้กลายเป็นฐานความรู้ภายในองค์กรที่ปลอดภัยและตอบสนองได้ทันท่วงที สถานการณ์จำลองแบบ "สมองส่วนตัว" นี้จะช่วยให้ทีมงานสามารถเข้าถึงข้อมูลสนับสนุนการปฏิบัติงานที่แม่นยำ โดยไม่มีข้อมูลแม้แต่ไบต์เดียวที่เล็ดลอดออกจากเซิร์ฟเวอร์ภายในได้ การเก็บรักษาข้อมูลในสถานที่ (On-premises) จะช่วยให้แนวทางนี้สามารถขจัดปัญหาความหน่วงของระบบคลาวด์ และลดค่าใช้จ่ายในการสมัครสมาชิก เปลี่ยนสเปกทางเทคนิคให้กลายเป็นผลประโยชน์ที่จับต้องได้ ทั้งในแง่ของอำนาจอธิปไตยเหนือข้อมูลอย่างสมบูรณ์ และระบบอัจฉริยะแบบเรียลไทม์
ระบบ AI TOP ได้รับการออกแบบมาเพื่อการใช้งานจริง ทั้งยังรองรับเวิร์กโฟลว์ที่สอดคล้องกันทั้งในสภาพแวดล้อมการพัฒนาและการใช้งานจริง โดยรุ่นเรือธงอย่าง AI TOP 500 TRX50 ซึ่งมาพร้อมขุมพลังโปรเซสเซอร์สูงสุดถึง AMD Ryzen Threadripper PRO 7965WX, GeForce RTX 5090 และหน่วยความจำ DDR5 ขนาด 768GB พร้อมมอบพลังการประมวลผลที่สามารถรันโมเดลขนาดใหญ่ถึง 405 พันล้านพารามิเตอร์ได้อย่างมั่นใจและควบคุมได้ ระบบเหล่านี้ได้รับการบริหารจัดการโดย AI TOP Utility และสามารถผสานรวมเข้ากับระบบนิเวศของ NVIDIA บน Linux ได้อย่างราบรื่น พร้อมกับช่วยให้โมเดล AI สามารถทำงานข้ามสภาพแวดล้อมที่เข้ากันได้โดยมีอุปสรรคน้อยที่สุด
GIGABYTE ได้แสดงให้เห็นว่า AI TOP Utility สามารถเปลี่ยน AI จากขีดความสามารถทางแนวคิดให้กลายเป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้จริง และสอดประสานเข้ากับกระบวนการทำงานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัวผ่านการให้ความสำคัญกับการประมวลผล AI แบบ Local, การควบคุมข้อมูล และการปรับใช้งานที่ง่ายดาย
ร่วมสัมผัสประสบการณ์แพลตฟอร์ม AI TOP ในการใช้งานจริงได้ที่บูธแสดงสินค้า GIGABYTE ในงาน CES 2026 ณ Venetian Expo ชั้น 3 ห้อง Lido 3005


แสดงความคิดเห็น