
ข่าวประกัน - 6 เรื่องต้องรู้ก่อนซื้อประกันสุขภาพผู้สูงอายุ เลือกซื้อตอนไหนดี
โพสต์โดย : Admin
IP Address : 1.46.212.130
ประกันสุขภาพผู้สูงอายุ ซื้อตอนไหนดี? สิ่งที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว ขณะที่ค่ารักษาพยาบาลปรับตัวสูงขึ้นทุกปี หลายครอบครัวจึงเริ่มตระหนักว่า ประกันสุขภาพผู้สูงอายุไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่ควรวางแผนตั้งแต่เนิ่น ๆ คำถามที่หลายคนสงสัยคือ “ซื้อตอนไหนถึงจะคุ้มที่สุด?” และ “ต้องดูอะไรบ้างก่อนตัดสินใจ?” บทความนี้จะช่วยตอบทุกข้อสงสัยให้ครบจบในที่เดียว
ประกันสุขภาพผู้สูงอายุต่างจากประกันทั่วไปอย่างไร
ประกันสุขภาพผู้สูงอายุถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นตามวัย ไม่ว่าจะเป็นโรคเรื้อรังอย่างเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือแม้แต่อุบัติเหตุจากการหกล้มที่พบได้บ่อยในผู้สูงวัย จุดที่แตกต่างจากประกันสุขภาพทั่วไปอย่างชัดเจน ได้แก่ เบี้ยประกันที่สูงกว่า เงื่อนไขการรับประกันที่เข้มงวดกว่า และระยะเวลารอคอย (Waiting Period) ที่อาจนานกว่าปกติ ด้วยเหตุนี้ประกันสุขภาพสูงวัยจึงมักมีเงื่อนไขเฉพาะที่ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจ
สำหรับรูปแบบความคุ้มครอง ปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่แบบผู้ป่วยใน (IPD) แบบผู้ป่วยนอก (OPD) แบบคุ้มครองโรคร้ายแรง ไปจนถึงแบบเหมาจ่ายที่รวมทุกอย่างไว้ในกรมธรรม์เดียว ผู้ซื้อจึงควรพิจารณาตามความต้องการและงบประมาณของตนเอง
ซื้อตอนไหนดี? ยิ่งเร็วยิ่งได้เปรียบ
หลักการสำคัญของการซื้อประกันสุขภาพผู้สูงอายุคือ “ยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งได้เปรียบ” เพราะเบี้ยประกันจะถูกคำนวณจากอายุและสุขภาพ ณ วันที่สมัคร หากเริ่มซื้อตั้งแต่อายุ 40-50 ปี จะได้เบี้ยที่เหมาะสมและสุขภาพยังผ่านเกณฑ์ได้ง่าย เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่เริ่มซื้อตอนอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งเบี้ยอาจสูงกว่าหลายเท่า และบางบริษัทอาจไม่รับทำประกันเลย
ผู้ที่อายุ 40-50 ปี ถือเป็นช่วงทองที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นทำประกันสุขภาพผู้สูงอายุ 50 ปีขึ้นไป เพราะเบี้ยยังไม่สูงและยังมีตัวเลือกมากมาย ช่วงอายุ 50-60 ปี ยังพอทันแต่เบี้ยเริ่มแพงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่วนช่วงอายุ 60-70 ปี ทางเลือกจะเริ่มจำกัดลงและอาจมีข้อยกเว้นเพิ่มเติม ยิ่งถ้าเลยอายุ 70 ปี บางบริษัทอาจปฏิเสธการรับประกันได้เลยทีเดียว
6 เรื่องต้องรู้ก่อนซื้อประกันสุขภาพผู้สูงอายุ
1. อายุรับประกันสูงสุดและอายุต่ออายุสูงสุด : หลายคนดูแค่ว่า “สมัครได้ถึงอายุเท่าไร” แต่ลืมดูว่า “ต่อสัญญาได้ถึงอายุเท่าไร” ซึ่งเป็นจุดที่สำคัญมาก ควรเลือกกรมธรรม์ที่มีการการันตีต่ออายุ (Guaranteed Renewable) เพื่อความอุ่นใจในระยะยาว
2. วงเงินคุ้มครองและค่าห้อง : ตรวจสอบว่าวงเงินคุ้มครองต่อปีและค่าห้องต่อวันเพียงพอสำหรับโรงพยาบาลที่ต้องการใช้บริการหรือไม่ ระบบเหมาจ่ายจะช่วยลดความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนเกินได้ดี
3. โรคที่ไม่คุ้มครอง (Exclusions) :โรคที่เป็นมาก่อนทำประกัน (Pre-existing Conditions) มักไม่ได้รับความคุ้มครอง นี่คือเหตุผลสำคัญที่ควรสมัครประกันสุขภาพสูงวัยตั้งแต่ยังไม่มีโรคประจำตัว แต่สำหรับผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ปัจจุบันก็มีแบบประกันหลายโครงการที่เปิดรับโดยไม่ต้องตรวจสุขภาพและไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ อย่างเช่น โครงการเมืองไทยวัยเก๋า ที่รับสมัครผู้สูงอายุตั้งแต่ 50-80 ปี พร้อมคุ้มครองทั้งชีวิตและอุบัติเหตุในกรมธรรม์เดียว
4. เบี้ยประกันและการปรับเบี้ย : ต้องมองไกลกว่าแค่เบี้ยปีแรก เพราะเบี้ยประกันสุขภาพผู้สูงอายุมักปรับขึ้นตามอายุ โดยเฉพาะช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไป ควรคำนวณว่าจ่ายไหวในระยะยาวหรือไม่ หรือเลือกแบบที่เบี้ยคงที่ตลอดสัญญาเพื่อความสบายใจ
5. สิทธิ์ที่มีอยู่แล้ว : ก่อนซื้อเพิ่ม ควรตรวจสอบสิทธิ์ที่มีอยู่ เช่น บัตรทอง ประกันสังคม สวัสดิการข้าราชการ หรือประกันกลุ่มจากที่ทำงาน แล้วนำมาวางแผนใช้ร่วมกับประกันสุขภาพผู้สูงอายุ 50 ปีขึ้นไปเพื่อให้ได้ความคุ้มครองที่ครบถ้วนโดยไม่จ่ายซ้ำซ้อน
6. สิทธิประโยชน์ทางภาษี : เบี้ยประกันสุขภาพสามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งข้อดีที่ไม่ควรมองข้าม
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
หนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบมากที่สุดคือการเลือกประกันสุขภาพผู้สูงอายุตามคำแนะนำคนอื่นโดยไม่ดูว่าเหมาะกับสถานการณ์ของตัวเองหรือไม่ นอกจากนี้ หลายคนเน้นเลือกแต่เบี้ยถูกโดยไม่พิจารณาขอบเขตความคุ้มครอง หรือไม่แจ้งประวัติสุขภาพตามจริง ซึ่งอาจทำให้ถูกปฏิเสธเคลมในภายหลัง ที่สำคัญคืออย่าลืมดูเงื่อนไขอายุต่ออายุสูงสุด เพราะถ้าครบกำหนดแล้วต่อไม่ได้ ก็เท่ากับเสียเบี้ยไปฟรีหลายปี
สรุป
การซื้อประกันสุขภาพผู้สูงอายุเป็นเรื่องที่ไม่ควรผัดวันประกันพรุ่ง ยิ่งตัดสินใจเร็วเท่าไร ก็ยิ่งได้เบี้ยที่เหมาะสมและมีตัวเลือกมากเท่านั้น โดยเฉพาะประกันสุขภาพผู้สูงอายุ 50 ปีขึ้นไปที่เปิดรับตั้งแต่ยังไม่มีโรคประจำตัวจะยิ่งได้เงื่อนไขที่ดี เริ่มต้นจากการเช็กสิทธิ์สุขภาพที่มีอยู่ เปรียบเทียบแผนประกันสุขภาพสูงวัยจากหลายบริษัท อ่านเงื่อนไขให้ครบ และประเมินงบประมาณระยะยาว ก็จะช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ
เพราะสุดท้ายแล้ว การวางแผนประกันสุขภาพให้พ่อแม่หรือตัวเราเองในวัยเกษียณ ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่เป็นการมอบความอุ่นใจให้ทั้งครอบครัว
ที่มา : เมืองไทยประกันชีวิต
โพสต์ : พีอาร์ นิวส์ ไทยแลนด์
เผยแพร่ : พีอาร์ นิวส์ ไทยแลนด์

ส่วนสมาชิก
New Year Sale! ราคาพิเศษ ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ โพสต์ 1 ครั้ง เผยแพร่ไปยัง 5 เว็บไซต์ ในเครือของเรา เพียง 300 บาท เท่านั้น วันนี้ - 31 มกราคม 2569
ผลสลากกินเเบ่งรัฐบาล
| รางวัลที่ 1 | 2 ตัว | เลขท้าย 3 ตัว | เลขหน้า 3 ตัว |
|---|---|---|---|
| 174629 | 48 | 408 041 | 917 195 |
จองตั๋วรถทัวร์ออนไลน์




คำค้นแนะนำ




