
ข่าวเศรษฐกิจ, การเงิน - สัญญาณเตือนภัย “ธุรกิจหมุนเงินไม่ทัน” ที่ซ่อนลึกอยู่ในงบกระแสเงินสด
โพสต์โดย : บรรณาธิการ PR News Thailand
IP Address : 1.47.22.84
ฟังข่าวนี้
สัญญาณเตือนภัย “ธุรกิจหมุนเงินไม่ทัน” ที่ซ่อนลึกอยู่ในงบกระแสเงินสด
งบกระแสเงินสด (Cash Flow Statement) คือ รายงานทางการเงินที่แสดงให้เห็นถึง “การรับและการจ่ายเงินสด” ของบริษัทในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง งบนี้มีความสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้เราเห็น สภาพคล่อง (Liquidity) ของธุรกิจว่ามีเงินสดหมุนเวียนจริงอยู่เท่าไหร่ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวชี้วัดควบคู่กับงบกำไรขาดทุนที่บางครั้งบริษัทแสดงผลกำไรเยอะมาก แต่อาจจะไม่มีเงินสดในมือเลยก็ได้

1. กำไรสุทธิเป็นบวก แต่กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (CFO) ติดลบ
นี่คือสัญญาณอันตราย ที่พบบ่อยที่สุดตามหลักการบัญชีเกณฑ์คงค้างบริษัทจะรับรู้รายได้ทันทีที่มีการส่งมอบสินค้าหรือบริการ แม้ว่าจะยังไม่ได้เก็บเงินก็ตาม ทำให้งบกำไรขาดทุนโชว์ว่ามีกำไรแต่เมื่อมาดูที่ กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน (Cash Flow from Operating Activities - CFO) ซึ่งเป็นการปรับปรุงตัวเลขกำไรให้กลายเป็นเงินสดรับจ่ายจริง หากตัวเลขกระแสเงินสดจากการดำเนินงานออกมาติดลบนั่นหมายความว่า ไม่ว่าจะขายดีแค่ไหน แต่บริษัทเก็บเงินมาไม่ได้ หรือมีต้นทุนที่ต้องจ่ายออกไปเป็นเงินสดล่วงหน้ามากเกินไป และหากปล่อยให้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบติดต่อกันหลายไตรมาส อาจจะทำให้ธุรกิจชะงักได้
2. ยอดลูกหนี้การค้าสะสมสูงเกินควร (เงินสดจมอยู่กับลูกค้า)
ในส่วนของการปรับปรุงงบกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน จะมีบรรทัดที่ระบุถึง “การเปลี่ยนแปลงของลูกหนี้การค้า” หากพบว่าตัวเลขในบรรทัดนี้ ติดลบอย่างหนัก นั่นคือสัญญาณเตือนว่า บริษัทกำลังมีปัญหากับการเรียกเก็บเงิน สาเหตุอาจมาจากการที่ปล่อยเครดิตเทอม (Credit Term) ที่หละหลวมเกินไปเพื่อแลกกับการปิดยอดขาย หรือลูกค้ากำลังมีปัญหาทางการเงินจึงดึงเช็คและจ่ายล่าช้า ยิ่งลูกหนี้การค้าโตเร็วกว่ายอดขายมากเท่าไหร่ หมายความว่าบริษัทกำลังเอาเงินทุนของบริษัทไปให้ลูกค้าใช้ฟรี ๆ
3. สินค้าคงคลังค้างเยอะ
หากบรรทัด “การเปลี่ยนแปลงของสินค้าคงคลัง” ในงบกระแสเงินสดแสดงค่า ติดลบอย่างมีนัยสำคัญ แปลว่าบริษัทมีการซื้อหรือผลิตสินค้าเข้ามาเก็บตุนไว้มากเกินกว่าที่ขายออกไปได้จริง การมีสต๊อกมากเกินไปอาจเกิดจากการคาดการณ์ยอดขายที่ผิดพลาด หรือสินค้าเริ่มล้าสมัยหรือหมดความนิยม สัญญาณนี้อันตรายมาก เพราะนอกจากเงินสดจะจมแล้ว บริษัทยังมีต้นทุนแฝงในการจัดเก็บและเสี่ยงต่อการเสื่อมสภาพ หากไม่ระบายสต๊อกเพื่อเปลี่ยนกลับมาเป็นเงินสด สภาพคล่องของจะวิกฤตแน่นอน
4. เจ้าหนี้การค้าลดลงอย่างรวดเร็ว
ในทางบัญชี การเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าถือเป็นการเพิ่มสภาพคล่อง เพราะได้ของมาขายก่อนแล้วค่อยจ่ายเงินทีหลัง แต่ถ้าในงบกระแสเงินสด บรรทัด “การเปลี่ยนแปลงของเจ้าหนี้การค้า” แสดงค่า ติดลบจำนวนมาก แปลว่าบริษัทกำลังจ่ายเงินออกไปเพื่อชำระหนี้เร็วกว่าปกติเป็นสัญญาณเตือนว่า ผู้ขายสินค้ากำลังลดเครดิตเทอมของบริษัท หากขาดแหล่งเงินทุนหมุนเวียนฟรีจากเจ้าหนี้การค้า จะทำให้กิจการเกิดภาวะเงินสดหมุนเวียนติดขัด
5. ขายสินทรัพย์เพื่อประทังชีวิต
กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน (Cash Flow from Investing Activities - CFI) โดยปกติสำหรับธุรกิจที่กำลังดำเนินไปตามปกติ มักจะมีค่าติดลบเพราะบริษัทต้องนำเงินไปซื้อเครื่องจักร ซื้อคอมพิวเตอร์ หรือขยายสาขา ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้ากระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนของบริษัทกลับกลายเป็นบวกอย่างมากซึ่งเกิดจากการขายทรัพย์สินถาวรหลักของกิจการ เช่น ขายโรงงาน ขายที่ดิน หรือเครื่องจักรสำคัญ เพื่อนำเงินสดมาโปะการดำเนินงานที่ขาดทุน ถือเป็นสัญญาณอันตราย แม้จะช่วยแก้ปัญหาสภาพคล่องได้ในระยะสั้น แต่เป็นการทำลายรากฐานในการสร้างรายได้และลดทอนความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจในระยะยาว
6. พึ่งพิงหนี้สินระยะสั้นมาหมุนเวียนมากเกินไป
กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน (Cash Flow from Financing Activities - CFF) จะบอกแหล่งที่มาและไปของเงินทุน เมื่อกิจการมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบ แล้วบริษัทแก้ปัญหาโดยการพึ่งพิง กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน ที่เป็นหนี้สินระยะสั้น เช่น การเบิกเงินเกินบัญชี ตั๋วสัญญาใช้เงิน ซึ่งการกู้ยืมหนี้ระยะสั้นที่มีดอกเบี้ยแพงมาเพื่อจ่ายค่าใช้จ่ายประจำวัน เช่น จ่ายเงินเดือน จ่ายค่าเช่า เป็นการสร้างวงจรหนี้พอกหางหมู เมื่อถึงจุดหนึ่งที่วงเงินเต็มและแบงก์ไม่ปล่อยกู้เพิ่ม ธุรกิจจะเข้าสู่สภาวะล้มละลายทันที
7. เงินสดสุทธิปลายงวดลดลงอย่างต่อเนื่อง
บรรทัดสุดท้ายของงบกระแสเงินสดคือ “เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวด” หากสังเกตเห็นว่าตัวเลขบรรทัดนี้มีแนวโน้มลดลงเรื่อย ๆ เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส หรือปีต่อปี แม้ว่าบริษัทจะมีกำไรก็ตาม นั่นแสดงว่า อัตราการเผาผลาญเงินสดของบริษัทสูงกว่าเงินที่หามาได้ ผู้ประกอบจะต้องคำนวณทันทีว่า ด้วยเงินสดที่เหลืออยู่ กิจการจะสามารถอยู่รอดได้อีกกี่เดือน หากไม่มีกระแสเงินสดก้อนใหม่เข้ามาเลย การเห็นตัวเลขนี้ลดลงอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญว่ากิจการต้องเร่งปรับโครงสร้างธุรกิจ ควบคุมรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และเร่งรัดการเก็บชำระหนี้โดยด่วน
การตรวจสอบสัญญาณเตือนทั้ง 7 ข้อนี้อย่างน้อยทุกสิ้นเดือน จะช่วยให้พบความผิดปกติของกระแสเงินสดได้รวดเร็วขึ้น ทำให้สามารถปรับกลยุทธ์ หรือหาแหล่งเงินทุนสำรองได้อย่างมั่นใจ สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่กำลังมีความสงสัยเกี่ยวกับงบกระแสเงินสด และต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินค่าใช้จ่ายหรือให้คำปรึกษาด้านภาษี สามารถปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02-1251363 Facebook : Build Me Up Consultant Line : @bmu001
ที่มา : Build Me Up Consultant
โพสต์ : พีอาร์ นิวส์ ไทยแลนด์
เผยแพร่ : พีอาร์ นิวส์ ไทยแลนด์

ส่วนสมาชิก
🔥 Best Offer! เผยแพร่ 1 ครั้ง กระจาย 5 เว็บไซต์ PR News Thailand ช่วยเพิ่มการมองเห็นและสร้างการรับรู้ให้ธุรกิจ แบรนด์ สินค้า และบริการของคุณ เพียง 300 บาท เท่านั้น วันนี้ - 30 พฤศจิกายน 2569
ผลสลากกินเเบ่งรัฐบาล
| รางวัลที่ 1 | 2 ตัว | เลขท้าย 3 ตัว | เลขหน้า 3 ตัว |
|---|---|---|---|
| 402701 | 70 | 058 396 | 791 912 |
จองตั๋วรถทัวร์ออนไลน์






