กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย - Media OutReach Newswire - 24 มิถุนายน 2569 - ในขณะที่องค์กรต่าง ๆ ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้มากขึ้น ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ได้กลายเป็นวาระสำคัญเชิงกลยุทธ์ขององค์กร ในงานเปิดตัว ASUS ExpertBook Ultra ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 23–24 มิถุนายน ทาง ASUS ประเทศไทย และ WebComm Technology ได้ร่วมเปิดตัวโซลูชัน "Zero Trust PC" แบบบูรณาการเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางด้าน Digital Identity และโครงการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ ที่นำเอาการป้องกันความปลอดภัยระดับฮาร์ดแวร์มาผสานเข้ากับการยืนยันตัวตนแบบไร้รหัสผ่านและข้อมูลชีวมิติตามมาตรฐาน FIDO เพื่อช่วยให้องค์กรยกระดับการป้องกันและรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้บริหารจาก WebComm และ ASUS ประเทศไทย ร่วมงานในครั้งนี้ จากซ้ายไปขวา: Michelle Huang, CSO, WebComm; Charles Liu, ผู้อำนวยการ, ASUS ประเทศไทย; Samson Hu, Co-CEO, ASUS; และ Jun Tseng, ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ, WebComm
ASUS ExpertBook Ultra ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ มาพร้อมประสิทธิภาพการประมวลผล AI อันทรงพลัง ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยขั้นสูง และความสามารถในการบริหารจัดการที่ตอบโจทย์การใช้งานในองค์กร โดยเมื่อผสานการทำงานกับแพลตฟอร์มการยืนยันตัวตนแบบไร้รหัสผ่าน OETH หรืออุปกรณ์ยืนยันตัวตนด้วยลายนิ้วมือ AI OETHenticator ของ WebComm แล้ว องค์กรจะสามารถตรวจสอบและยืนยันตัวตนของผู้ใช้งาน รวมถึงการเข้าถึงอุปกรณ์ได้อย่างต่อเนื่องภายใต้แนวคิด Zero Trust เพื่อเสริมความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ในช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เร่งขับเคลื่อนการพัฒนาด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคการเงิน และภาคธุรกิจ โดยหน่วยงานภาครัฐ อาทิ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (NCSA) สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ได้ส่งเสริมการยกระดับกรอบการดำเนินงานด้านความปลอดภัย การพัฒนาระบบ Digital Identity ที่เชื่อถือได้ (TDID) การยืนยันตัวตนเพื่อเปิดใช้งานบริการดิจิทัล (Digital Onboarding) และการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความปลอดภัยยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ETDA ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาความสามารถด้านการพิสูจน์และยืนยันตัวตนดิจิทัลตามมาตรฐาน FIDO และบูรณาการเข้ากับแพลตฟอร์ม Digital Identity ระดับประเทศ เพื่อเสริมสร้างการยืนยันตัวตนที่ปลอดภัยโดยไม่ต้องใช้รหัสผ่านให้ครอบคลุมทั่วทั้งระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศไทย ขณะเดียวกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยยังคงยกระดับมาตรการบริหารความเสี่ยงและข้อกำหนดด้านการยืนยันตัวตนที่ปลอดภัยสำหรับบริการทางการเงินดิจิทัลและโมบายแบงก์กิ้งอย่างต่อเนื่อง
WebComm OETH รองรับการเข้าสู่ระบบแบบไร้รหัสผ่าน (Passwordless Login) และการยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication: MFA) รวมถึงสถาปัตยกรรมด้านความปลอดภัยแบบ Zero Trust ที่ช่วยให้องค์กรสามารถปกป้องข้อมูลสำคัญและเสริมความปลอดภัยในการเข้าถึงระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ แพลตฟอร์มดังกล่าวมาพร้อมการผสานการทำงานระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในรูปแบบ SaaS อย่างไร้รอยต่อ ช่วยให้องค์กรสามารถนำระบบไปใช้งานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมควบคุมต้นทุนการดำเนินงานให้อยู่ในระดับต่ำ
แพลตฟอร์มดังกล่าวยังมี OETHenticator เป็นอุปกรณ์ยืนยันตัวตนด้วยลายนิ้วมือที่ขับเคลื่อนด้วยชิป AI ซึ่งรองรับการตรวจสอบและยืนยันตัวตนที่รวดเร็วและครอบคลุมตามมาตรฐาน FIDO2 สำหรับการใช้งานทั้งบนคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปและอุปกรณ์เคลื่อนที่ นอกเหนือจากความปลอดภัยในระดับองค์กรแล้ว การยืนยันตัวตนบนมาตรฐาน FIDO ยังช่วยให้องค์กรสามารถรองรับข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการยืนยันตัวตนลูกค้าอย่างปลอดภัยในบริการโมบายแบงก์กิ้ง การชำระเงินดิจิทัล การพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC) รวมถึงบริการออนไลน์ต่าง ๆ อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงจากการฉ้อโกง พร้อมยกระดับความสะดวกสบายในการใช้งานของผู้ใช้ไปพร้อมกัน
นอกจากนี้ WebComm ยังให้บริการสนับสนุนทางเทคนิคระดับ 1 ในประเทศไทย
เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการติดตั้งและการดำเนินงานจะเป็นไปอย่างราบรื่น
Charles Liu ผู้อำนวยการ ASUS ประเทศไทย กล่าวว่า "ปัจจุบัน องค์กรต้องการโซลูชันด้านความปลอดภัยที่สามารถปกป้องข้อมูลสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่กระทบต่อประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ การผสานการทำงานระหว่างคอมพิวเตอร์สำหรับธุรกิจในกลุ่ม ASUS Business PC Series และระบบยืนยันตัวตนแบบไร้รหัสผ่าน OETH ของ WebComm จะช่วยให้องค์กรยกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ภายใต้แนวคิด Zero Trust ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราเชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนสู่ยุคดิจิทัลของประเทศไทย และเร่งการนำแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยของตัวตนดิจิทัลมาใช้งานในวงกว้างยิ่งขึ้น"
Jay Chen ผู้จัดการทั่วไปของ WebComm Technology เสริมว่า "WebComm มุ่งมั่นในการส่งมอบโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อัจฉริยะ ด้วยความร่วมมือกับ ASUS เราได้ช่วยให้องค์กรสามารถยกระดับความปลอดภัย พร้อมมอบประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่น และเร่งการนำแนวคิด Zero Trust ไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ มากมาย"
WebComm ซึ่งเป็นบริษัทด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไต้หวัน ได้ให้บริการแก่สถาบันการเงินมากกว่า 70% ของภาคธนาคารในไต้หวัน และมีประสบการณ์อย่างกว้างขวางในการสนับสนุนองค์กรต่าง ๆ ในการนำโซลูชันด้านความปลอดภัยไปปรับใช้ ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของนวัตกรรมที่ผสานการทำงานระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในการช่วยให้องค์กรสร้างระบบป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่น รองรับความท้าทายในยุค AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งสองบริษัทมุ่งมั่นที่จะผลักดันการนำแนวคิด Zero Trust ไปใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้นในประเทศไทย พร้อมสนับสนุนให้องค์กรต่าง ๆ ก้าวสู่อนาคตที่มีความปลอดภัยทางดิจิทัลและน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น
Hashtag: #ASUS #FIDO
https://www.linkedin.com/company/webcommtechnology
https://www.facebook.com/WebcommTechnology
https://www.instagram.com/webcomm.tw/
YouTube:
https://www.youtube.com/channel/UCKEBZIlrUNGiMk5MQF99ICA
The issuer is solely responsible for the content of this announcement.
เกี่ยวกับ WebComm WebComm ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2541 เป็นผู้ให้บริการโซลูชัน Smart Security และ Intelligent Data ที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยมุ่งช่วยให้องค์กรเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ WebComm ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน 10 ผู้ให้บริการโซลูชันด้าน Digital Transformation ชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกโดย CIO Advisor และมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี Digital Identity และ Data Intelligence โดยผลิตภัณฑ์ OETH Authentication และ Nous Insight360 Platform ของบริษัทได้รับรางวัล Taiwan Excellence Award มาแล้วหลายครั้ง ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นด้านนวัตกรรมและความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีของ WebComm https://www.webcomm.com.tw/web/en
แสดงความคิดเห็น